ฟรีแลนซ์รายหนึ่งรับงานผ่าน Fastwork ทั้งปี มีเงินโอนเข้าบัญชี 900,000 บาท เลยเอายอด 9 แสนนั้นไปยื่นภาษี เพราะคิดว่าเงินเข้าเท่านี้ก็ยื่นเท่านี้
วันดีคืนดีสรรพากรส่งจดหมายตามทวง พร้อมแนบภาษีย้อนหลังและเบี้ยปรับมาให้ครบ
เอายอดเงินโอนเข้าบัญชี (หลังหักค่าธรรมเนียม) ไปยื่นภาษี แทนที่จะยื่นยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง
กฎหมายระบุชัดเจน — รายได้ที่ต้องยื่นคือ "รายได้พึงประเมินเต็มจำนวนก่อนหักอะไรเลย"
ยอด 900 VS ยอด 1,000 ต่างกันยังไง?
ลองดูตัวอย่างนี้:
-
ลูกค้าจ้างงาน — ยอดเต็ม
1,000 บาท นี่คือสิ่งที่ลูกค้าจ่ายจริงเพื่อซื้องานของคุณ -
Fastwork หักค่าธรรมเนียม (สมมติ 10%)
100 บาท แพลตฟอร์มเก็บค่าหัวคิวก่อนโอนให้คุณ -
เงินโอนเข้าบัญชีคุณจริง
900 บาท คือยอดสุทธิที่ได้รับ
ถ้าเอายอด 900 บาทไปยื่น สรรพากรจะมองว่ารายงานรายได้ขาด และออกหมายเรียกประเมินย้อนหลังได้ทันที
ค่าธรรมเนียมที่ Fastwork หักไป 100 บาทนั้น ไม่ได้หายไปไหน — มันกลายเป็น "ค่าใช้จ่าย" ที่คุณมีสิทธิ์นำมาหักลดหย่อนได้ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละประเภทเงินได้ครับ
4 สเต็ปจัดการภาษีฟรีแลนซ์ Fastwork ที่ต้องทำให้เป๊ะ
-
1. เก็บหลักฐานรายได้แยกชัดเจน
บันทึกรายรับแยกช่อง "ยอดรับเต็ม" และ "ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม" ทุกงาน อย่าดูแค่ยอดโอนเข้าบัญชีอย่างเดียว -
2. ตามเก็บใบ 50 ทวิ (หัก ณ ที่จ่าย 3%)
ถ้าผู้ว่าจ้างเป็นบริษัท เขาจะหักภาษี 3% ไว้ก่อนจ่าย นำเอกสารนี้มาใช้เครดิตลดภาษี หรือขอเงินคืนภาษีได้ตอนสิ้นปี -
3. ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90
ยื่นสรุปรายได้ทั้งหมดภายใน 31 มีนาคมของทุกปี (หรือ 8 เมษายนถ้ายื่นออนไลน์) -
4. ระวังเพดาน VAT 1.8 ล้าน
ถ้ารายได้รวมทั้งปีแตะ 1,800,000 บาท มีหน้าที่ต้องไปจด VAT ทันที ไม่จดอาจโดนปรับย้อนหลัง
ปัญหาของ 40(2): ติดเพดานหักต้นทุนแค่ 100,000 บาท
รายได้ฟรีแลนซ์รับจ้างทั่วไปจัดเป็นเงินได้ประเภท 40(2) ซึ่งสรรพากรกำหนดให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่ สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทเท่านั้น
ค่าธรรมเนียม Fastwork 10–17% ที่คุณจ่ายไปทั้งปี รวมถึงค่าซอฟต์แวร์ ค่าอุปกรณ์ และต้นทุนอื่นๆ ทั้งหมด ถูกมัดรวมอยู่ในโควตา 100,000 บาทนั้น ไม่สามารถหักแยกต่างหากได้อีก
รับงานปีละ 1,000,000 บาท หักได้แค่ 100,000 — เหลือ 900,000 บาทไปคิดภาษีขั้นบันได จ่ายภาษีหนักมากครับ
ทางออก: ต้นทุนเกิน 1 แสน ย้ายไป 40(8) หักตามจริง
หากลักษณะงานของคุณมีต้นทุนจริงสูงเกิน 100,000 บาทต่อปี เช่น ค่าจ้างทีมงาน ค่าเช่าสตูดิโอ ค่าอุปกรณ์ ค่าซอฟต์แวร์ หรือค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่สะสมมาก — มีวิธีแก้เกมครับ
40(8) เปิดให้เลือก "หักค่าใช้จ่ายตามจริง" ได้ไม่จำกัดเพดาน ตราบใดที่มีหลักฐานรองรับ
เปรียบเทียบ 40(2) vs 40(8) ด้วยตัวเลขจริง
สมมติรายได้ 1,000,000 บาท ต้นทุนจริงรวมค่าธรรมเนียม Fastwork และทีมงาน 400,000 บาท:
| รายการ | ยื่นแบบ 40(2) | ยื่นแบบ 40(8) หักจริง |
|---|---|---|
| รายได้พึงประเมิน | 1,000,000 บาท | 1,000,000 บาท |
| หักค่าใช้จ่ายได้ | 100,000 บาท (เพดานสูงสุด) | 400,000 บาท (ตามจริง) |
| เงินได้สุทธิก่อนลดหย่อน | 900,000 บาท | 600,000 บาท |
| ประหยัดภาษีได้ | — | หลักหมื่นบาท ขึ้นกับขั้นบันได |
ยิ่งต้นทุนจริงห่างจาก 100,000 มากเท่าไหร่ ประโยชน์ของ 40(8) ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
เงื่อนไขที่ต้องมีถ้าจะใช้ 40(8)
-
ลักษณะงานต้องเข้าเกณฑ์ 40(8)
ต้องมีองค์ประกอบของ "วัสดุ + แรงงาน" หรือเป็นบริการเชิงพาณิชย์เฉพาะทาง ไม่ใช่แค่ขายแรง ถ้าไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนปรับ -
มีหลักฐานค่าใช้จ่ายครบ
ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี หรือสัญญาจ้างทีมงาน — ขาดหลักฐานไม่ได้ เพราะถ้าสรรพากรขอดูต้องแสดงได้ทันที -
เก็บเอกสารไว้อย่างน้อย 5 ปี
อายุความภาษีคือ 5 ปี (หรือ 10 ปีถ้าตรวจพบความผิดปกติ) ทิ้งเร็วกว่านี้เสี่ยงมากครับ
สรุปให้จำง่าย:
ยื่นภาษีจาก ยอดที่ลูกค้าจ่ายจริง ไม่ใช่ยอดโอนเข้าบัญชีหลังหักค่าธรรมเนียม
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มที่ถูกหักไปนั้น นำมาเป็น "ค่าใช้จ่าย" ได้
ถ้าต้นทุนรวมทั้งปีเกิน 100,000 บาท ให้ดูว่างานเข้าเกณฑ์ 40(8) ได้ไหม — ถ้าได้ประหยัดภาษีไปได้หลักหมื่น
มาตรา 40(2) ประมวลรัษฎากร — เงินได้จากการรับจ้างทำงาน ค่านายหน้า หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท
มาตรา 40(8) ประมวลรัษฎากร — เงินได้จากการรับเหมาหรือธุรกิจ หักค่าใช้จ่ายตามจริงหรือเหมาตามอัตรา
มาตรา 82/3 ประมวลรัษฎากร — หน้าที่จดทะเบียน VAT เมื่อรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี