สิ่งที่ฟรีแลนซ์หลายคนไม่รู้คือ "ประเภทรายได้" ที่เลือกยื่นมีผลโดยตรงต่อ "จำนวนภาษีที่ต้องจ่าย" — เลือกผิดอาจเสียภาษีเกินไปหลายหมื่นบาท หรือโดนสรรพากรตรวจก็เป็นได้
💡 หัวใจสำคัญ: แต่ละประเภทรายได้ "หักต้นทุนได้ไม่เท่ากัน" — ยิ่งหักได้มาก ฐานภาษียิ่งต่ำ ภาษียิ่งน้อย
40(2) — ค่าจ้างตามสัญญาจ้างงาน
-
ลักษณะงาน
รับจ้างทำงานให้บริษัทหรือบุคคล มีสัญญาว่าจ้าง มีการควบคุมงาน บอกเวลาทำงาน
เช่น นักบัญชีรับจ้าง, ที่ปรึกษา, ผู้จัดการขาย -
หักต้นทุนได้
แบบเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
หักตามจริงไม่ได้ (ต่างจาก 40(8)) -
ถูกหัก ณ ที่จ่าย
3% สำหรับผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดา
40(7) — ค่ารับเหมาที่มีทั้งแรงงานและวัสดุ
-
ลักษณะงาน
รับเหมาก่อสร้าง, รับเหมาซ่อมแซม, รับเหมาผลิตสินค้า
ต้องมีทั้ง "แรงงาน" และ "วัสดุ/อุปกรณ์" เป็นส่วนประกอบหลักของงาน -
หักต้นทุนได้
แบบเหมา 60% ไม่มีเพดาน (ดีกว่า 40(2) มาก)
หรือหักตามจริงได้ถ้ามีเอกสารครบ -
ถูกหัก ณ ที่จ่าย
3% สำหรับผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดา
40(8) — รายได้จากธุรกิจ วิชาชีพ หรืออาชีพอิสระ
-
ลักษณะงาน
ทำธุรกิจเอง, ขายสินค้าออนไลน์, รับจ้างทั่วไปที่ไม่ใช่ 40(2) หรือ 40(7)
เช่น ช่างภาพ, กราฟิกดีไซเนอร์, Content Creator, พ่อค้าแม่ค้า -
หักต้นทุนได้
แบบเหมาตามที่กฎหมายกำหนดแต่ละประเภท (ส่วนใหญ่ 60%)
หรือหักตามจริงได้ถ้ามีเอกสาร — ยืดหยุ่นที่สุด -
ถูกหัก ณ ที่จ่าย
3% สำหรับผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดา
สรุปเปรียบเทียบ
📊 ตารางเปรียบเทียบ
40(2): หักเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท | เหมาะ: พนักงานสัญญาจ้าง
40(7): หักเหมา 60% ไม่มีเพดาน | เหมาะ: รับเหมามีวัสดุ
40(8): หักเหมาตามประเภท (ส่วนใหญ่ 60%) หรือตามจริง | เหมาะ: ธุรกิจ/ฟรีแลนซ์ทั่วไป
ตัวอย่างที่เห็นชัด: รายได้ 500,000 บาท
-
ยื่นเป็น 40(2)
หักได้ 100,000 บาท (เพดาน) → ฐานภาษี 400,000 บาท → ภาษีประมาณ 27,500 บาท -
ยื่นเป็น 40(8) หักเหมา 60%
หักได้ 300,000 บาท → ฐานภาษี 200,000 บาท → ภาษีประมาณ 7,500 บาท
⚠️ คำเตือน: การเลือกประเภทผิดเพื่อประหยัดภาษีโดยไม่ตรงกับลักษณะงานจริง ถือเป็นการยื่นภาษีไม่ถูกต้อง อาจถูกประเมินภาษีย้อนหลังได้ ต้องเลือกให้ตรงกับงานที่ทำจริง