ทำเดลิเวอรี่ Grab Lineman GrabFood Robinhood — แล้วสงสัยว่าต้องยื่นภาษีไหม? ถ้ายื่น ยื่นจากยอดก่อนหัก GP หรือหลังหัก GP?
💡 ตอบสั้นๆ ก่อน: ถ้ารายได้ถึงเกณฑ์ → ต้องยื่น และ ยื่นจากยอดก่อนหัก GP เพราะ GP คือต้นทุนที่นำมาหักได้
ทำไมถึงต้องยื่นจากยอดก่อนหัก GP?
สำหรับ ร้านอาหาร ที่ขายผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี่:
-
รายได้ที่ต้องยื่น = ยอดขายรวมทั้งหมด (ก่อนหัก GP)
เพราะลูกค้าจ่าย 100 บาท → แพลตฟอร์มหัก GP 30 บาท → ร้านได้ 70 บาท
แต่รายได้จริงของร้านคือ 100 บาท ไม่ใช่ 70 บาท -
GP ที่ถูกหัก = ต้นทุนที่นำมาหักได้
GP 30 บาทนั้นเป็นค่าบริการแพลตฟอร์ม สามารถนำมาหักเป็นต้นทุนได้เมื่อหักตามจริง
สำหรับ ไรเดอร์ (คนส่งของ):
-
รายได้ = ค่าส่งที่ได้รับจริง
รายได้ของไรเดอร์คือค่าส่งที่ได้รับ (หลังหักค่าบริการแพลตฟอร์มแล้ว)
จัดเป็น เงินได้ประเภท 40(2) หรือ 40(8) ขึ้นอยู่กับลักษณะสัญญา
สรุปตารางเปรียบเทียบ
ร้านอาหารที่ขายผ่านแพลตฟอร์ม
รายได้ที่ยื่น: ยอดขายรวม (ก่อนหัก GP)
ต้นทุนที่หักได้: GP + ต้นทุนอาหาร + ค่าจ้างพนักงาน + ค่าเช่า ฯลฯ
ประเภทรายได้: 40(8)
ไรเดอร์ (คนส่งของ)
รายได้ที่ยื่น: ค่าส่งที่ได้รับ (หลังหักแพลตฟอร์ม)
ต้นทุนที่หักได้: ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมรถ ค่าประกัน ฯลฯ
ประเภทรายได้: 40(2) หรือ 40(8) ขึ้นอยู่กับสัญญา
ต้นทุนที่หักได้สำหรับไรเดอร์
- ค่าน้ำมัน (เก็บใบเสร็จ)
- ค่าซ่อมบำรุงรถ/มอเตอร์ไซค์
- ค่าประกันรถ
- ค่าโทรศัพท์ (เฉพาะส่วนที่ใช้ทำงาน)
- ค่าซื้อกระเป๋าเดลิเวอรี่ อุปกรณ์ที่ใช้งาน
เมื่อไหร่ถึงต้องยื่นภาษี?
ถ้ารายได้จากการทำเดลิเวอรี่รวมกับรายได้อื่นทั้งปีเกิน 60,000 บาท (สำหรับคนโสด) หรือ 120,000 บาท (รายได้จากเงินเดือน) → ต้องยื่นภาษี
📌 เคล็ดลับ: Export ประวัติการรับเงินจากแอป Grab/Lineman ในแต่ละปีเพื่อรวมยอดรายได้ และเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้เพื่อหักต้นทุนตามจริงให้ประหยัดภาษีสูงสุด