มีคนขายของออนไลน์ท่านหนึ่งมาปรึกษาผม เขามีบัญชีธนาคาร 2 บัญชี ก่อนยื่นภาษีเขาถามว่า "ต้องเอายอดเงินเข้าจากทั้ง 2 บัญชีมารวมกันแล้วยื่นภาษีไหม?"
โชคดีที่ถามก่อนยื่น เพราะถ้าทำแบบนั้น เขาจะเสียภาษีเกินจริงไปหลักหมื่นบาทโดยไม่จำเป็นเลยครับ
"มีเงินเข้าบัญชีธนาคารกี่บัญชี ให้เอาทุกบัญชีมารวมแล้วยื่นภาษีให้หมด"
นี่คือความเชื่อที่ผิด และอาจทำให้คุณ จ่ายภาษีเกินจริง ได้ครับ
เคสจริงที่เจอ: 2 บัญชี ใช้คนละวัตถุประสงค์
สถานการณ์ของคนที่ถามผม:
-
บัญชีที่ 1 — บัญชีรับรายได้จากการขายของ
รับเงินจากลูกค้า Shopee, Lazada, TikTok Shop และการโอนตรงจากลูกค้า — นี่คือ รายได้จริง ที่ต้องยื่นภาษี -
บัญชีที่ 2 — บัญชีส่วนตัว
รับโอนจากบัญชีที่ 1 (โอนมาใช้จ่ายส่วนตัว) และรับเงินที่แฟนโอนมาให้ — นี่ ไม่ใช่รายได้ใหม่
ทำไมบัญชีที่ 2 ถึงไม่ต้องนำมายื่นภาษี?
เงินเข้าบัญชี ≠ รายได้ที่ต้องเสียภาษีเสมอไป
เงินที่เข้าบัญชีที่ 2 ในกรณีนี้มี 2 ประเภท:
-
เงินโอนจากบัญชีที่ 1 มาที่บัญชีที่ 2
เงินก้อนนี้ถูกนับเป็นรายได้ (และเสียภาษี) ไปแล้วที่บัญชีที่ 1 การโอนมาที่บัญชีที่ 2 เป็นแค่การ "เคลื่อนย้ายเงิน" ระหว่างบัญชีตัวเอง ไม่ใช่รายได้ใหม่ — นับซ้ำไม่ได้ครับ -
เงินที่แฟนโอนมาให้
จัดเป็น "เงินได้จากการอุปการะหรือให้โดยเสน่หา" ตามมาตรา 42(28) ประมวลรัษฎากร ได้รับการยกเว้นภาษี โดยมีเพดานที่กำหนดไว้ (ดูด้านล่าง)
เงินที่แฟนโอนมาให้ — ยกเว้นภาษีได้แค่ไหน?
| ความสัมพันธ์ของผู้โอน | ยกเว้นภาษีได้ (ต่อปี) |
|---|---|
| คู่สมรสที่จดทะเบียนแต่งงานตามกฎหมาย (สามี/ภรรยา) | ไม่เกิน 20 ล้านบาท |
| แฟน / คนรัก / บุคคลอื่น (ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส) | ไม่เกิน 10 ล้านบาท |
| บิดามารดา / บุตร / ผู้สืบสันดาน | ไม่เกิน 20 ล้านบาท |
สำหรับคนทั่วไปที่แฟนโอนเงินมาช่วยค่าใช้จ่ายประจำวัน ไม่ว่าจะเดือนละหลักพัน หลักหมื่น หรือแม้แต่หลักแสน — โอกาสที่จะเกิน 10 ล้านต่อปีนั้นแทบไม่มีเลย ไม่ต้องนำมายื่นภาษีครับ
แล้วถ้าใช้ทั้ง 2 บัญชีรับเงินจากการขาย?
ถ้าบัญชีที่ 2 ก็รับเงินจากลูกค้าที่ซื้อของด้วย (ไม่ว่าจะโอนตรง หรือรับผ่าน Marketplace) นั่นหมายความว่ามีรายได้จากการขายเข้าทั้ง 2 บัญชี — ต้องนำยอดจาก ทั้ง 2 บัญชีมารวมกัน แล้วยื่นภาษีครับ
สรุปให้จำง่าย
เงินเข้าบัญชีที่ต้องยื่นภาษี:
เงินจากลูกค้าที่ซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณ — ไม่ว่าจะเข้าบัญชีไหนก็ตาม
เงินเข้าบัญชีที่ไม่ต้องยื่นภาษี:
เงินโอนระหว่างบัญชีตัวเอง (เป็นแค่การขยับเงิน ไม่ใช่รายได้ใหม่)
เงินที่แฟน ครอบครัว หรือคนอื่นให้โดยเสน่หา (ไม่เกินเพดานที่กำหนด)
เงินกู้ที่ได้รับคืน / เงินยืมที่ผู้อื่นคืนมา
แล้วถ้าสรรพากรดูแล้วเข้าใจผิดว่าเงินในบัญชีที่ 2 เป็นรายได้ล่ะ?
นี่คือเหตุผลที่การ เก็บหลักฐานให้ครบ สำคัญมากครับ สิ่งที่ควรมีไว้:
-
Statement บัญชีธนาคารทั้ง 2 บัญชี
เพื่อแสดงให้เห็นว่าเงินในบัญชีที่ 2 มาจากการโอนจากบัญชีที่ 1 และจากแฟน ไม่ใช่รายได้จากลูกค้าใหม่ -
หลักฐานการโอนจากแฟน
สลิปโอน หรือ Statement ที่เห็นชัดว่าผู้โอนคือใคร เป็นการโอนด้วยเหตุผลอะไร -
รายงานยอดขายจาก Marketplace
ดาวน์โหลดจาก Shopee / Lazada / TikTok Shop เพื่อยืนยันว่ารายได้จากการขายเข้าบัญชีที่ 1 เท่านั้น
มาตรา 40 ประมวลรัษฎากร — นิยามเงินได้พึงประเมิน (เงินที่ต้องเสียภาษี)
มาตรา 42(28) ประมวลรัษฎากร — เงินได้จากการอุปการะหรือให้โดยเสน่หา ได้รับยกเว้นภาษี
พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 40) พ.ศ. 2558 — กำหนดเพดานยกเว้น 10 / 20 ล้านบาทต่อปี