ลงทุนคริปโตแล้วกำไร — ต้องเสียภาษีไหม? คำตอบคือ ใช่ และหลายคนยังไม่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้าง
💡 หลักกฎหมาย: กำไรจากการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (คริปโต) จัดเป็น เงินได้ประเภท 40(4) ตามประมวลรัษฎากร ต้องนำมารวมยื่นภาษีประจำปี
รายได้ประเภทไหนจากคริปโตที่ต้องยื่น?
-
กำไรจากการขายคริปโต (Capital Gain)
ซื้อ BTC ราคา 100,000 บาท ขายได้ 150,000 บาท → กำไร 50,000 บาท ต้องยื่น
คำนวณกำไรโดยใช้ราคาต้นทุน FIFO (First In First Out) -
รายได้จาก Staking / Yield Farming
เหรียญที่ได้รับจาก Staking ถือเป็นรายได้ในวันที่ได้รับ
คิดมูลค่าตามราคา ณ วันที่รับเหรียญ -
รายได้จาก Airdrop
เหรียญที่ได้รับฟรีจาก Airdrop ถือเป็นรายได้ในวันที่ได้รับ
คิดมูลค่าตามราคาตลาด ณ วันนั้น -
รายได้จาก Mining
เหรียญที่ขุดได้ถือเป็นรายได้ประเภท 40(8) และนำต้นทุน (ค่าไฟ ค่าอุปกรณ์) มาหักได้
อะไรที่ไม่ใช่เหตุการณ์ต้องเสียภาษี?
✅ โอนคริปโตระหว่าง Wallet ของตัวเอง — ไม่ต้องเสีย
✅ ถือครองโดยไม่ขาย (Unrealized Gain) — ไม่ต้องเสีย
❌ แลกเปลี่ยนเหรียญ เช่น BTC → ETH — ถือเป็นการขาย BTC ต้องคำนวณกำไร/ขาดทุน
วิธีคำนวณภาษีคริปโต
-
ขั้นตอนที่ 1: รวมกำไร/ขาดทุนทั้งปี
บวกกำไรทุกรายการ ลบขาดทุน (ถ้ามี) ได้กำไรสุทธิ -
ขั้นตอนที่ 2: นำกำไรสุทธิมารวมกับรายได้อื่น
หักค่าลดหย่อน ได้เงินได้สุทธิ → คำนวณภาษีตามขั้นบันได 0%–35% -
ขั้นตอนที่ 3: หักภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้ว (ถ้ามี)
Exchange บางแห่งหัก 15% ณ ที่จ่าย สามารถนำมาหักลบได้
ปัญหาที่พบบ่อยในการยื่นภาษีคริปโต
-
ไม่มีบันทึกราคาต้นทุน
แก้: Export ประวัติการซื้อขายจาก Exchange ทันที อย่ารอจนสิ้นปี -
ไม่รู้จะแปลงเป็นบาทยังไง
ใช้ราคา BTC/USDT ณ วันที่ซื้อขาย คูณอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ณ วันนั้น -
ขาดทุน — ยื่นแล้วได้ประโยชน์อะไร?
ขาดทุนจากคริปโตนำมาหักกำไรปีเดียวกันได้ แต่ไม่สามารถยกไปปีถัดไปได้
⚠️ คำเตือน: หลายคนคิดว่า "ไม่โอนเงินกลับไทย ก็ไม่ต้องเสียภาษี" แต่จริงๆ ถ้าทำธุรกรรมในไทยหรืออยู่ไทยเกิน 180 วัน กำไรทุกส่วนต้องยื่น ไม่ว่าจะอยู่ใน Exchange ต่างประเทศหรือไม่